1. วัดสำเภาเชย
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
อำเภอ : ปานาเระ
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของที่ว่าการอำเภอปะนาเระ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 500 เมตร
วัดสำเภาเชย เป็น วัด สร้างใหม่ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2444 สร้างเสร็จปีขาล 2445 หลวงสุรนาถ ปะนารักษ์ (เชย โรจนวิภาต) นาย อำเภอสมัยนั้นเป็นผู้สร้าง เดิมเรียกว่า " วัดทุ่งสำเภา " เพราะสร้างขึ้นในหมู่บ้าน ทุ่งสำเภา ต่อมาได้ย้าย วัด มาสร้างใกล้ๆ กับที่เดิมและได้ตั้งชื่อใหม่ว่า วัดสำเภาเชย วัดนี้มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่เศษ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ปะนาเระ ประมาณ 500 เมตร และได้สร้างพิพิธภัณฑ์สถานวัดสำเภาเชย ได้จัดตั้งเพื่อเป็นการรวบรวมเครื่องใช้โบราณ
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
2. วัดอรัญวาสิการาม
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
อำเภอ : โคกโพธิ์
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน (08.00-17.00 น.)
สถานที่ใกล้เคียง : บริเวณวัดอยู่ในโรงเรียนวัดอรัญวาสิการามและธนาคารต้นไม้บ้านเกาะวิหาร ตำบลทุ่งพลา อำเภอโคกโพธิ์
เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2200 (สมัยกรุงศรีอยุธยา) มีพระครูอนุศาสน์กิจจาทร (พ่อท่านเขียว กิตติคุโน) เป็นเกิจอาจารย์ที่ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา ภายในวัดมีวิหารประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อสีแก้ว อดีตเจ้าอาวาสที่มีความศักดิ์สิทธิ์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
3. วัดมุจลินทวาปีวิหาร
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
ตำบล : เกาะเปาะ
อำเภอ : หนองจิก
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ริมเส้นทางหลวงสายปัตตานี-โคกโพธิ์ ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 10 กิโลเมตร
วัดมุจลินทวาปีวิหารเป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อพระยาวิเชียรภักดีศรีสงคราม ย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจิกจากที่เก่า มาอยู่ที่ตำบลตุยง เมื่อ พ.ศ. 2388 เดิมมีชื่อว่า วัดตุยง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองหนองจิก และมีพระราชศรัทธาบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างพระอุโบสถ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดมุจลินทวาปีวิหาร” ปัจจุบันเป็นอารามหลวงและมีการบูรณะพระอุโบสถให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงสวยงาม จุดเด่นของวัดคือวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของอดีตเจ้าอาวาส 3 องค์ โดยเฉพาะพระราชพุทธรังษีหรือหลวงพ่อดำ เจ้าอาวาสองค์ที่ 5 ซึ่งประชาชนที่เคยได้ยินคุณความดีของหลวงพ่อ ต่างเลื่อมใสศรัทธาเดินทางมานมัสการสักการะบูชาอยู่เสมอ
วัดมุจลินทวาปีวิหาร ปัตตานี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
4. วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้)
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
ตำบล : ควนโนรี
อำเภอ : โคกโพธิ์
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-16.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวัดช้างให้ (ทางหลวงหมายเลข 409 ถนนยะลา-นาเกตุ)
วัดช้างให้ตั้งอยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ิ เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้วกว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า พระยาแก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรีต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิฐาน ปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่งแล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมืองแต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มคำจึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่าวัดช้างให้โดยนิมนต์พระภิกษุรูปหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือสมเด็จพะโคะ หรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ท่านได้เดินธุดงค์ไปมา ระหว่างเมืองไทรบุรีกับวัดช้างให้ และได้สั่งลูกศิษย์ไว้ว่า ถ้าท่านมรณะภาพขอให้นำศพไปทำการฌาปนกิจ ณ วัดช้างให้ ซึ่งเมื่อท่านมรณะภาพที่เมืองไทรบุรี ลูกศิษย์ก็ได้นำศพท่านมาทำการฌาปนกิจที่วัดช้างให้ อัฐิของท่านส่วนหนึ่งฝังไว้ที่วัดช้างให้อีกส่วนหนึ่งนำกลับไปเมืองไทรบุรี ต่อมาได้สร้างสถูปบรรจุอัฐิของท่านไว้ที่วัดช้างให้ เมื่อปี พ.ศ. 2480 พระครูมนูญเจ้าอาวาสวัดพลานุภาพ เจ้าคณะตำบลทุ่งพลา ให้พระช่วงมาเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ท่านได้ชักชวนชาวบ้านมาแผ้วถางป่า สร้างกุฎิ ศาลาการเปรียญ พร้อมเสนาสนะอื่น ๆ จึงได้ชื่อว่า วัดราษฎร์บูรณะ เจ้าอาวาสองค์ต่อ ๆ มาก็ได้บูรณะเพิ่มเติมวัดช้างให้ มาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน วัดช้างให้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2500 และผูกพันธสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2501
วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ปัตตานี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
5. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
ตำบล : บาราโหม
อำเภอ : เมืองปัตตานี
เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00-21.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ที่ถนนยะรัง ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ใกล้ธนาคารทหารไทย
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2497 ใช้เวลาดำเนินการสร้างประมาณ 9 ปี และทำพิธิเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่ 2 ด้าน บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้างภายในห้องโถงด้านในมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบ รูปทรงภายนอกของมัสยิดมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ปัตตานี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
6. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ภาคใต้
จังหวัด : ปัตตานี
ตำบล : กะมิยอ
อำเภอ : เมืองปัตตานี
เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00-21.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ที่ถนนยะรัง ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ใกล้ธนาคารทหารไทย
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2497 ใช้เวลาดำเนินการสร้างประมาณ 9 ปี และทำพิธิเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอดโดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร 4 ทิศ มีหอคอยอยู่ 2 ด้าน บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้างภายในห้องโถงด้านในมีบัลลังก์ทรงสูงและแคบ รูปทรงภายนอกของมัสยิดมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล
มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ปัตตานี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images