1. วัดเขาดาร์สปวง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
อำเภอ : กาบเชิง
เวลาเปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
สถานที่ใกล้เคียง : เป็นวัดที่ติดเหวชายแดนไทยเขมร
วัดมีพระรูปเดียว เป็นวัดที่ติดเหวชายแดนไทยเขมร สงบเงียบน่าไปทำบุญ
ภายในวัดจะมีต้นมะขาม แม่จันผา ซึ่งจากความที่มีลักษณะที่โดดเด่นแปลกตาและเป็นไม้ที่มีอายุมาก แต่ยังคงแข็งแรง จังหวัดสุรินทร์ โดยวัฒนธรรมจังหวัด จึงได้ดึงเข้าร่วมโครงการวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกขมรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ต้นมะขามลายศิลป์ และโครงการเที่ยวงานวัด 55 เมืองรอง สุรินทร์บ้านเรา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
2. วัดมงคลคชาราม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
ตำบล : กาบเชิง
อำเภอ : กาบเชิง
เวลาเปิด : -
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านช้างหมอบ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง
วัดมงคลคชาราม หรือวัดช้างหมอบ เป็นวัดหลวงพ่อพวนเกจิชื่อดังของเมืองสุรินทร์จำพรรษาอยู่ และยังเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ มีความสวยงามและยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติ ทั้งภูเขาและป่าไม้เหมาะแก่การปฎิบัติธรรม และท่องเที่ยวเชิงธรรมมะของประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ และนักท่องเที่ยวทั่วไป นิยมนมัสการพระพิมลพัฒนาทร หรือหลวงพ่อพวน วรมงฺคโล(วรระมังคะโล เจ้าอาวาสวัดช้างหมอบ) (วัดมงคลคชาราม) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังเป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
3. วัดเพชรบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
อำเภอ : ปราสาท
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท ใกล้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมน
วัดเพชรบุรีนั้นมีอายุยาวนานมากกว่า 100 ปี เหตุผลที่วัดนี้เป็นที่โด่งดังอย่างมากนั้นเพราะเคยเป็นที่จำวัดของพระเกจิชื่อดังนั่นคือ หลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ ซึ่งท่านมีประวัติคร่าวๆดั่งนี้ท่านเกิดวันที่ 5 มีนาคม 2460 ในตระกูล " จะมัวดี " บิดา ชื่อ นายโบก มารดา ชื่อ นางอื่น จะมัวดี มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านทุ่งมน จบการศึกษา ชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดอุทุมพร บ้านทุ่งมน ปี 2479 บรรพชาที่ วัดเพชรบุรี โดยมีพระอาจารย์แป้น วัดสว่างอารมณ์ จากนั้นท่านจึงเลือกเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี 2516 หลังจากบวชได้ไม่นานท่านก็ได้ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเพชรบุรี ในปี 2519 และทำนุบำรุงศาสนาและวัดเพชรบุรีจนเป็นที่นับถือของชาวบ้านและผู้คนทั่วทุกสารทิศ นอกจากนั้นท่านยังได้รับตราตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งมนในปี 2523 จากนั้นได้รับสมณศักดิ์พัดยศเป็น "พระครูประสาทพรหมคุณ" ในปี 2535 และยังได้รับพระราชทานเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมา?รี ปี 2540 และล่าสุดได้รับธงพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถให้เป็นผู้อนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ปัจจุบันหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ มรณะ วันพุธที่ 5 มี.ค.57 สิริรวมอายุได้ 97 ปีบริบูรณ์ สร้างความเศร้าสลดแก่ศิษยานุศิษย์และชาว จ.สุรินทร์ รวมถึงศิษยานุศิษย์ที่อยู่ทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมีสุสานทุ่งชนเป็นที่ชื่นชอบของนักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศแห่เดินทางกราบไหว้ “เจ้าแม่ทิพย์เกสร”อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอเลขเด็ดโชคลาภจากต้นตะเคียนขนาดใหญ่ อายุหลายร้อยปี ยาว 19 เมตร เส้นรอบวง 2 เมตร ที่อยู่ภายในศาลาการเปรียญสุสานทุ่งมน นอกจากนั้นยังมีมูลนิธิหลวงปู่หงษ์ พรหมปัญโญ จัดตั้งเพื่อสืบสานคำสอนของหลวงปู่และเป็นที่สักการะบูชาของเหล่าศรีญานุศิษย์เก่าใหม่
ถึงบัดนี้ท่านจะได้ละสังขารและลาจากโลกไปนานแล้วแต่เรื่องราวของท่านยังถูกกล่าวขานในการกล่อมจิตใจของโจรเลวทรามให้กลายเป็นคนดี เทศนาธรรมให้กับลูกอกตัญญูจนสำนึกต่อบาปและเลือกที่จะหันหน้าเข้าหาพระธรรมตั้งแต่สมัยนานมาแล้ว ด้วยพุทธคุณของท่านที่มีต่อลูกศิษย์ช่วยให้ศิษย์แคล้วคาดและมีความสุขปลอดภัยอย่างเสมอมา ท่านจึงถูกยกให้เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความนับถือว่าที่สุดของคนช้างเมืองสุรินทร์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
4. วัดอินทราสุการาม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
อำเภอ : สังขะ
สถานที่ใกล้เคียง : ที่ตั้งบ้านหนองยาว ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ
วัดตั้งอยู่ บ้านหนองยาว ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต.กระเทียม พระครูอุดมวรเวท หรือหลวงปู่เจียม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ คนในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียงเลื่อมใสในการ ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด กอปรด้วยวิทยาคม อาทิ การเขียนอักขระลงแผ่นทอง ทำตะกรุด วิชาเสริมสิริมงคล ให้อย่างครบถ้วน เพื่อคอยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ชาวบ้าน ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วแต่ทางวัดยังคงเก็บรักษาสังขารของท่านไว้เป็นอย่างดี ปัจจุบันวัดอินทราสุการาม ได้พัฒนาให้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ภายในวัดมีอุโบสถที่ตกแต่งด้วยสีสันแปลกตา ต่างจากอุโบสถวัดอื่นๆ ทั้งยังมีลานพระพุทธศาสนา ที่ประกอบไปด้วยรูปปั้นในอิริยาบถต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าด้วยมือ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เช่น พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์
วัดอินทราสุการาม สุรินทร์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
5. วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
อำเภอ : บัวเชด
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ที่ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด อยู่ในบริเวณพุทธอุทยานวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
เป็นสถานพุทธอุทยานแห่งแรกของประเทศไทย พื้นที่เป็นป่าอนุรักษ์ที่สมบูรณ์เกือบร้อยเปอเซ็นต์ และมีเนื้อที่กว้างถึง 10,865ไร่ ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ผ่านกรมการศาสนาให้วัดเป็นผู้ดูแลเพื่อจัดสร้างโครงการพุทธอุทยาน และเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตามพระราชเสาวนีย์ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จมาเยือนราษฎร หมู่ 1 ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2536 ทรงรับสั่งให้ราษฎร ช่วยกันรักษาป่า และสัตว์ป่าไว้เพื่อเป็นสมบัติของชาติ และอนุชนรุ่นหลัง ทางวัดศาลาฯ ได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทบนแผ่นหินขนาดเกือบ 4 เมตร บนฐานก้อนหินขนาดใหญ่สูงกว่า 3 เมตร อยู่ในป่าลึกถึง 400 เมตร เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่ 1,500 ปีมาแล้ว ซึ่งรอยพระพุทธบาทที่พบนี้มีความแตกต่างจากรอยพระพุทธบาททั่วไป คือ การสลักรูปต่างในรอยพระบาทนั้นจะใช้สัตว์ที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป แต่รอยพระพุทธบาทอื่นๆจะใช้สัตว์ในเทพนิยายตามศิลปะขอมที่มีความเชื่อในศาสนาฮินดู
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร สุรินทร์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
6. วัดบูรพาราม สุรินทร์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สุรินทร์
ตำบล : กาเกาะ
อำเภอ : เมืองสุรินทร์
เวลาเปิด : ทุกวัน 05.30-20.30 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ที่ถนนกรุงศรีใน ตำบลในเมือง ใกล้กับศาลากลางจังหวัดสุรินทร์
วัดบูรพารามเป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี หรือในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีอายุประมาณ 200 ปี เท่ากับอายุเมืองสุรินทร์ โดยพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป คือ หลวงพ่อพระชีว์ (หลวงพ่อประจี) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 ศอก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาพร้อมกับวัดบูรพาราม นอกจากนี้ผู้มาเยือนยังสามารถแวะนมัสการรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล (เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ฝ่ายธรรมยุต เป็นพระเถระที่อาวุโส) ซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้ของบุคคลทั่วไปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดบูรพารามขึ้นเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520
วัดบูรพาราม สุรินทร์ สุรินทร์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images