1. วัดมณีชลขัณฑ์
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : กกโก
อำเภอ : เมืองลพบุรี
เวลาเปิด : เปิดตลอด
ช่วงเวลาที่เหมาะสม
08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้โรงเรียนเทศบาลท่าหิน ตำบลพรหมมาสตร์ อำเภอเมืองลพบุรี
วัดมณีชลขันธ์ อำเภอเมือง เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เพราะมีถนนตัดผ่าตรงกลางพอดี ทีโบราณสถานที่น่าสนใจคือ พระเจดีย์ รูปทรงแปลกตาที่ก่อเป็นรูปเหลี่ยมสูงชะลูดขึ้นไป คล้ายกับพระเจดีย์เหลี่ยมสมัยเชียงแสน แต่ตรงมุมมีการย่อไม้สิบสองทำเป็น 3 ชั้น มีชุ้มประตูยอดแหลมยู่ด้านข้างทั้ง 4 ด้าน ทุกชั้นนอกจากนี้ภายในวัดยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเพราะเมล็ดนำมาปลูกไว้ พระเจดีย์รูปทรงแปลกตานี้มีชื่อว่า พระเจดีย์หลวงพ่อแสง เป็นพระเจดีย์แบบพิเศษที่หลวงพ่อแสงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กกลางแม่นน้ำลพบุรี เพื่อเป็ที่รำลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะของสถาปัตยกรรมเดิมทีเดียวก่อเรือนธาตุสูงลดหลั่นช้อนกันเป็นชั้นๆ 3 ชั้น เรือนธาตุแต่ละทิศมีชุ้มโค้งสำหรับประดิษฐาน พระพุทธรูปด้วย
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
2. วัดกวิศรารามราชวรวิหาร
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : กกโก
อำเภอ : เมืองลพบุรี
เวลาเปิด : ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 - 16.30น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ข้างโรงเรียนวินิตราชูปถัมภ์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ถนนเพทราชา ตำบลท่าหิน ติดกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ทางด้านทิศใต้ จากตำนานกล่าวกันว่า เดิมชื่อ วัดขวิด และในประกาศเรื่องพระนารายณ์ราชนิเวศน์ กล่าวว่าสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดพระราชทานนามให้เรียกว่า วักกระวิศราราม ต่อมาได้รับปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 5 และในพ.ศ. 2481 พระกิตติญาณมุนี เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกวิศราราม อันมีความหมายว่า วัดของพระเจ้าแผ่นดิน กล่าวกันว่าเป็นที่ทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยนั้น ภายในวัดมีพระอุโบสถมีประตูทางเข้าออกทางเดียวกัน หน้าต่างเจาะช่อง ศิลปะแบบอยุธยา มีมุขเด็จอยู่ด้านหน้าที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดให้ต่อออกมาและขยายพัทธสีมาให้ใหญ่กว่าเดิม พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะอู่ทอง จิตรกรรมฝาผนังเป็นลายรูปดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ทรงกลมบนฐานเหลี่ยมองค์ใหญ่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถและหมู่กุฏิซึ่งเป็นตึกในสมัยรัชกาลที่ 4 ตลอดจนหอพระไตรปิฎกที่สวยงามอยู่ภายในวัด
วัดกวิศรารามราชวรวิหาร ลพบุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
3. วัดวารินบุญญาวาส
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
อำเภอ : ชัยบาดาล
เวลาเปิด : 08.00-18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ใกล้น้ำตกวังก้านเหลือง ตำบลท่าดินดำ อำเภอชัยบาดาล
ในสมัยหนึ่งมีคนเล่ากันว่า หลวงปู่(สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมสี) ได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขาและได้ผ่านมาที่น้ำตกแห่งหนึ่ง ได้เห็นว่ามีฝูงช้างอยู่มากจึงได้ลองวิชาที่เรียนมาจากวัดพิดตะเคียน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดมณีชลขันธ์ โดยหลวงปู่แสง และวัดชีป่า จังหวัดลพบุรี หลวงปู่โตได้เสกไม้กั้น ไม่ให้ฝูงช้างลงน้ำและช้างก็ได้ถอยหนีไป มีผู้คิดสร้างวัดขึ้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 และต่อมามีผู้มีจิตศรัทธาคือ นายนึก พัดมุข ได้บริจาคที่ดินในการสร้างวัด จำนวน 10 ไร่ โดยมีหลวงตาแจ่มเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกท่านได้มรณภาพ และเจ้าอาวาสองค์ต่อมาคือ หลวงพ่อชิน ท่านได้มรณภาพ องค์ที่สาม คือ อาจารย์เกิด ท่านได้ลาสิกขา องค์ที่สี่คือ อาจารย์นิพนธ์ ท่านสอบได้เป็นครู ท่านจึงลาสิกขา และองค์ปัจจุบันคือ พระครูโสภณ วุฒิญาณ ท่านได้ร่วมกับคณะกรรมการวัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก 32 ไร่ ที่วัดน้ำตกวังก้านเหลืองแห่งนี้หรือชื่อเป็นทางการว่า วัดวารินบุญญาวาส แปลว่า น้ำที่มีบุญหรือน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ น้ำที่นี่จะมีสีหยก เป็นน้ำตกไหลเล็ดลอดมาในพื้นดิน มีรัศมีต้นน้ำอยู่ที่เขาสมโภชน์โดยมีความเชื่อว่า มีพญานาคสองผัวเมียดำน้ำมาผุดที่น้ำตกวังก้านเหลือง จึงทำให้มีน้ำไหลผุดขึ้นมาตลอดเวลา แล้วก็ไหลลงมาตามร่องน้ำเป็นผาสูงชัน ประมาณ 108 ชั้น และไหลไปสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพื่มเติมน้ำที่เขื่อนตลอดทั้งปี
เหตุที่ชื่อว่า “น้ำตกวังก้านเหลือง” เพราะที่น้ำตกแห่งนี้มีต้นก้านเหลืองขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ต้นก้านเหลืองเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้เนื้ออ่อน ข้างในจะเป็นสีเหลือง ใบจะกลม ที่วัดก็มีอยู่ต้นนึง และสถานที่แห่งนี้เคยเป็นวังของพญานาคมาก่อน จึงได้ชื่อว่าน้ำตกวังก้านเหลือง
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
4. วัดพุน้อย
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
อำเภอ : บ้านหมี่
เวลาเปิด : 05.00-19.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ที่บ้านพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่
วัดพุน้อย เดิมชื่อ วัดพุน้อยชัยมงคล เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีประวัติความเป็นมายาวนานมาก จุดเด่นที่สำคัญและน่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์เรือ การสร้างเรือ และการยกเรือเพื่อถวายแก่แม่ตะเคียนทอง โดยเฉพาะในเรื่องการค้าขาย และเมตตามหานิยม ที่หลวงปู่แบนได้สร้างเรือ พุทธคุณขึ้นมา จากคำบอกเล่า วัดพุน้อย เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๐๙
โดยหมอเคลือบ และ นางบุญมา เหมือนเอี่ยม ได้มอบที่ดินถวายวัดพุน้อย จำนวน ๖ ไร่ ๑ งาน ๕๓ ตารางวา
ความหมายของชื่อวัด
คำว่า "พุน้อย" เป็นชื่อของน้ำพุที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน มีความหมายว่า การเกิดขึ้น ทำให้เกิดขึ้น พุขึ้น เจริญขึ้น
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
5. วัดพระบาทน้ำพุ
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
อำเภอ : เมืองลพบุรี
เวลาเปิด : 08.30-16.30 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้วัดหนองบัวขาว ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี
วัดพระบาทน้ำพุมีสิ่งสำคัญในวัดได้แก่ รอยพระพุทธบาทถูกครอบอยู่ภายใต้มณฑปโดยอยู่ห่างจากอาคารสำนักงานมูลนิธิธรรมรักษ์ประมาณ 150 เมตร โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์ที่ฟักฟื้นและรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้ายที่อาจจะกล่าวได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก [1] ในอุโบสถมีพระประธานขนาดพระเพลากว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร พร้อมด้วยพระอัครสาวก นอกจากนี้ในถ้ำบนเขาที่อยู่ในวัดภายในมีหลวงพ่อดำ ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา และพระโพธิสัตว์ 9 องค์ส่วนบนยอดภูเขาพระอุทัย อโนโม สร้างหลวงพ่อขาวขึ้นเมื่อพ.ศ. 2523
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
6. วัดป่าธรรมโสภณ
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : กกโก
อำเภอ : เมืองลพบุรี
เวลาเปิด : 06.00-18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่หลังโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี
วัดป่าธรรมโสภณ พื้นที่ของวัดเป็นสันคูเมือง อยู่ห่างจากศาลพระกาฬประมาณ 500 เมตร สร้างขึ้นเป็นวัด นับตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2225 ต่อมา กลายสภาพเป็นวัดร้าง ถูกทิ้งร้างอยู่ใจกลางเมืองลพบุรีมาแต่ครั้งในอดีต บริเวณวัดเป็นป่าไม้นานาชนิด ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดป่า มีวิหารอยู่หลังหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในอดีต เดิมชื่อ วัดป่าเรไลย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 คุณถนอม, คุณพรรณ, คุณเชย, พระสมบัติยาธิบาล มีจิตศรัทธาอันเป็นมหากุศล มาปฏิสังขรณ์วิหาร ซึ่งมีอักษรจารึกอยู่หน้าบันวิหารดังกล่าว ต่อมาปี พ.ศ. 2449 พระอธิการฉาย สุวรรณสร (หลวงพ่อฉาย) พร้อมด้วยเพื่อนสหธรรมิกอีก 4 รูป ศิษย์วัดอีก 6 คน รวม 11 คน มาประจำอยู่ที่วัดป่าแห่งนี้และเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า “วัดป่าธรรมโสภณ” ช่วยกันพัฒนาวัดจนได้รับพระราชทานวิสุงคามเสมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2498 และได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2499
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
7. วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย)
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : ชอนม่วง
อำเภอ : บ้านหมี่
เวลาเปิด : 05.00-19.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ที่ตั้งตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ ห่างจากตลาดอำเภอบ้านหมี่ 2 กิโลเมตร
วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อยู่ห่างจากตลาดอำเภอบ้านหมี่ ประมาณ 2 กิโลเมตร เดิมชื่อว่า วัดบ้านกล้วย ต่อมาเปลี่ยนเชื่อเป็น '"วัดกัทลีพนาราม"' สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2360 มีเนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา เป็นวัดสำคัญของชุมชนชาวไทยพวน สิ่งที่น่าสนใจ ของวัดนี้คือ พระอุโบสถขนาดใหญ่แบบจตุรมุขที่สวยงาม มีวิหารเก่าแก่หลังเล็กและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองรูปทรง งดงามมาก ศาลาการเปรียญมีลวดลายฉลุไม้ตกแต่งสวยงาม ภายในมีธรรมาสน์เก่าประดับเครื่องพุทธบูชาแบบของ ชาวไทยพวนคือ "ธงแว่น" วันที่ 25 กรกฎาคม 2512 เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยก ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบรี
วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) ลพบุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
8. วัดเชิงท่า
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : กกโก
อำเภอ : เมืองลพบุรี
เวลาเปิด : 06.00-18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่หลังวังนารายณ์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี
วัดเชิงท่า เป็นวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีฝั่งตะวันออก วัดเชิงท่าจึงมีอายุนานไม่น้อยกว่าสามร้อยปี กล่าวกันว่าเดิมชื่อวัดท่าเกวียนด้วยเป็นท่าของเกวียนลำเลียงสินค้าขนลงมาที่ท่าน้ำในบริเวณวัดแห่งนี้ ก่อนที่จะลำเลียงลงเรือส่งไปยังที่อื่นๆพื้นที่ของวัดเชิงท่าตั้งขวางหน้าพระราชวังคือ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ด้านที่หันหน้าสู่แม่น้ำ ลพบุรีเกือบครึ่งด้าน จึงชวนให้สันนิษฐานว่า วัดเชิงท่าน่าจะสร้างก่อนพระราชวัง และนับได้ว่าวัดเชิงท่า จึงเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมแห่งหนึ่งที่เชิดหน้าชูตา สร้างความงามสง่าทางศิลปวัฒนธรรมให้กับจังหวัดลพบุรีมาโดยตลอด
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
9. วัดเขากระทิง
ภาคกลาง
จังหวัด : ลพบุรี
ตำบล : ชอนสมบูรณ์
อำเภอ : หนองม่วง
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน 7.30 - 18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ใกล้ภูเขากระทิง ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองม่วง
วัดเขากระทิง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน อาณาเขต ทิศเหนือยาว 138 เมตร ติดต่อกับที่ดินของนายสร้อย คำโสภา ทิศใต้ยาว 100 เมตร ติดต่อกับถนสาธารณะ ทิศตะวันออกยาว 154 เมตร ติดต่อกับที่ดินของนายประเสริฐ อะวิสุ ทิศตะวันตกยาว 108 เมตร ติดต่อกับที่ตั้งบ้านของนายสา ปัญญาคม พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ สภาพแวดล้อมเป็นที่ทำไร่ของชาวบ้าน อาคารเสนาสนะต่างๆ มี ศาลาการเปรียญกว้าง 12 เมตร ยาว 15 เมตร สร้าง พ.ศ. 2517 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว กุฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 หลัง และเป็นอาคารไม้อีก 2 หลัง วัดเขากระทิง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2518 มีนามตามชื่อบ้าน ซึ่งหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ชิดกับภูเขากระทิงจึงได้เรียกกันอย่างนั้น ชาวบ้านได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2515
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images