1. วัดถ้ำผาแด่น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ขมิ้น
อำเภอ : เมืองสกลนคร
เวลาเปิด : ทุกวัน 06.00 - 18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาภูพาน และภูผายล ใกล้หมู่บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร หากจะเดินทางมาที่นี่ ผมขอเริ่มจากตัวเมืองสกลนคร ใช้เส้นทางสกลนคร – กาฬสินธุ์ หมายเลข 233 ผ่านสี่แยกบายพาส ถึงไทวัสดุ ให้ชะลอรถ จะมี 3 แยกที่บ้านศรีวิชา ถนนหมายเลข 2339 มีป้ายบอกทางเล็กๆว่าไปวัดถ้ำผาแด่น และ ไปอำเภอเต่างอย เลี้ยวซ้ายตรงไปอีก 10 กม.ถึงบ้านดงน้อย มีป้ายบอกว่า ไปถ้ำผาแด่น เลี้ยวขวาเข้าไปตามทางเข้าหมู่บ้านไปอีก 3 กม .
วัดถ้ำผาแด่นนั้น เคยเป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และคณะครูบาอาจารย์สายวัดป่ากรรมฐาน เคยธุดงค์มาปักกลดบำเพ็ญเพียร เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483 และปัจจุบันมีหลวงพ่อปกรณ์ กนฺตวีโร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งมีการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ต่าง ๆ ภายในวัดถ้ำผาแด่น รวมถึงถนนหนทางที่ใช้ในการเดินทางขึ้นภูผาแด่นให้สะดวกสบายมากขึ้น ถึงแม้ทางขึ้นเขาจะยาวไกล และสูงชัน แต่ด้วยการสร้างถนนใหม่ทำให้เดินทางไปมาสะดวกขึ้นมาก
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
2. วัดป่าหนองไผ่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ขมิ้น
อำเภอ : เมืองสกลนคร
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่บ้านหนองไผ่ ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร
"พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม" เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ประกอบด้วยศีลและธรรม มีศีลาจริยวัตรที่งดงาม เป็นพระที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร บูรพาจารย์สายพระป่า แต่การมาพักปฏิบัติภาวนาและอบรมสั่งสอนชาวบ้านของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ก่อนปี 2469 เป็นองค์ปฐม แล้วตามด้วยอาจารย์ที่เป็นศิษย์องค์สำคัญๆ อีกหลายรูป อาทิ พระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่หล้า เขมปัตโต เป็นต้น เป็นเหตุให้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่พระธุดงคกัมมัฏฐานว่า เป็นสถานที่อันวิเวก เหมาะสมแก่การภาวนา ทำให้มีพระธุดงค์มาพักเพื่อปฏิบัติธรรมและจำพรรษาอยู่เสมอ
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
3. วัดป่าวิสุทธิธรรม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ด่านม่วงคำ
อำเภอ : โคกศรีสุพรรณ
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : บ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ
ภายหลังจากอยู่จำพรรษาในภาคเหนือเป็นเวลา ๑๒ ปีแล้ว หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดป่าโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี ตามคำอาราธนาของท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ ( จูม พนฺธุโล ) เป็นเวลา ๓ พรรษา แล้วจึงมาพำนักที่เสนาสนะป่าบ้านโคก ตรงที่เป็นบริเวณวัดร้างชายป่า ใกล้บ้านโคกในปี พ.ศ.๒๔๘๕ ในปัจจุบันคือที่ว่าการอำเภอโคกศรีสุพรรณ พระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญได้ทราบข่าวการจำพรรษาของหลวงปู่มั่นจึงเดินทางจากจันทบุรีเข้ามานมัสการหลวงปู่มั่น ซึ่งบ้านโคกแห่งนี้คือบ้านเดิมของพระอาจารย์กงมาเอง พระอาจารย์กงมาได้พยายามแนะนำชาวบ้านให้พากันเลื่อมใสในธรรม จนบรรดาญาติมิตรเดิมของท่านก็ได้พากันเลื่อมใสปฏิบัติธรรมกันมากขึ้นเป็นลำดับ เท่ากับท่านได้มาโปรดญาติโยมของท่านอีกด้วย ในระหว่างนี้พระอาจารย์กงมาได้พยายามวางรากฐานให้มีวัดป่าในแถบบ้านโคกนี้ ได้สร้างวัดใหม่อยู่ห่างจากที่เก่าประมาณ ๑ กิโลเมตร เนื่องจากที่เก่าอยู่ใกล้ทางสัญจรไปมาของผู้คน จึงไม่ค่อยสงบ เมื่อมาอยู่ที่ใหม่นี้ชาวบ้านจึงถวายที่ตั้งวัด ได้สร้างศาลาและกุฏิถวายหลวงปู่มั่น ตั้งชื่อสำนักสงฆ์นี้ว่า "วัดป่าวิสุทธิธรรม" เมื่อปลายปี พ.ศ.๒๔๘๕ เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่หลวงปู่มั่นได้มาจำพรรษา ณ บ้านโคก อันเป็นบ้านเกิดของพระอาจารย์กงมา ส่วนหลวงปู่มั่นได้ไปจำพรรษาที่เสนาสนะป่าบ้านนามนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตรในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดป่าวิสุทธิธรรมตามที่พระอาจารย์กงมาได้อาราธนานิมนต์
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
4. วัดป่าพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ด่านม่วงคำ
อำเภอ : โคกศรีสุพรรณ
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้วัดดอยธรรมเจดีย์ บ้านห้วยยาง ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ
โครงการก่อสร้างอุโบสถดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพระสังฆราชูปถัมภ์ โดยสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และจังหวัดสกลนคร เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๘๔ พรรษา ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ณ วัดป่าพุทธนิมิตสถิตสีมาราม บ้านห้วยยาง ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีพระครูปลัดสมบัติอาภัสสสโรเป็นเจ้าอาวาส สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์การสร้างอุโบสถดินแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยจะมีการสร้างอุโบสถ กุฏิ เจดีย์ที่ทำจากดินทั้งหมด ซึ่งจะนำดินจากสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง จากประเทศเนปาล อินเดีย และดินจากพระสถูปโบราณ สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จากเมืองตักศิลา ประเทศปากีสถาน มาผสมเพื่อความเป็นสิริมงคลในการสร้างอุโบสถดินด้วย อุโบสถดินจะมีขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๕ เมตร พระสงฆ์ปฏิบัติสังฆกรรมได้ไม่น้อยกว่า ๕๐ รูป โดยใช้งบประมาณจัดสร้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท นอกจากนี้ยังสร้างกุฏิดินอีก ๕ หลัง ราคาหลังละไม่เกิน ๑ แสนบาท และเจดีย์งบประมาณไม่เกิน ๑ ล้านบาท ซึ่งแรงงานที่มาจัดสร้างเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำที่กำลังจะพ้นโทษ และผ่านการอบรมการฝึกอาชีพก่อสร้างบ้านดินจากกรมราชทัณฑ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังเป็นการทำความดีคืนสังคม โดยสมเด็จพระสังฆราชยังได้ประทานพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ที่แกะสลักจากหินหยกที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถอีกด้วย
วัดป่าพุทธนิมิตรสถิตสีมาราม สกลนคร
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
5. วัดป่านาคนิมิตต์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ด่านม่วงคำ
อำเภอ : โคกศรีสุพรรณ
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยุ่บ้านนามน ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ
ความเป็นมาของวัดแห่งนี้จากบทสัมภาษณ์ พระอาจารย์อว้าน เขมโกจากหนังสือบูรพาจารย์พอสรุปได้ว่า เดิมวัดแห่งนี้หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ได้รุกขมูลผ่านมาก่อน ต่อมาหลวงปู่มั่น ได้รุกขมูลมาตามเส้นทางของหลวงปู่เสาร์และแวะพักที่นี่ หลวงปู่มั่นเห็นว่าสถานที่นี้สัปปายะ ท่านจึงปรารภกับญาติโยมว่า "คิดจะสร้างเป็นวัด" จึงได้มีการยกที่ดินถวายท่าน และสร้างเสนาสนะแบบชั่วคราวพอได้อยู่อาศัย แล้วท่านจึงเดินธุดงค์ต่อไปทางภาคเหนือ ๑๒ ปี หลังจากนั้นท่านจึงมาจำพรรษาที่นี่เป็นครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ.๒๔๘๖ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในครั้งนี้ชาวบ้านนามนได้สร้างกุฏิถวายองค์ท่าน รุ่งเช้าของวันที่ได้เริ่มต้นก่อสร้างปรากฏ หลวงปู่มั่นได้ชี้บอกโยมว่า "นั่นแหละ พญานาคทำรอยไว้ให้แล้ว" ชาวบ้านไปดูเป็นรอยกลมๆ จึงนำรอยนั้นเป็นหมายในการขุดหลุมตั้งเสากุฏิ ต่อมาเมื่อจะสร้างศาลาก็ปรากฏรอยนี้อีกจึงได้ลงเสาศาลาในลอยนั้นเช่นกัน ท่านจึงพูดกับโยมว่า "วัดนี้ชื่อว่าวัดป่านาคนิมิตต์" แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดป่าบ้านนามนตามชื่อหมู่บ้านนั้น ต่อมาเมื่อได้จดทะเบียนชื่อวัด จึงได้ใช้มงคลนามที่หลวงปู่มอบให้นี้เป็นชื่อวัด สถานที่นี้ยังเป็นที่กำเนิดบันทึกพระธรรมเทศนาที่สำคัญของหลวงปู่มั่น คือ " มุตโตทัย " ที่บันทึกครั้งแรก ณ วัดนี้ โดยพระอาจารย์วิริยังค์ ได้เล่าถึงความเป็นมาไว้ในบันทึกใต้สามัญสำนึก ประวัติของท่านดังนี้ " ... เพราะได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระอาจารย์มั่นฯ แล้วไพเราะจริงๆ ทำให้ผู้เขียนนั่งกัมมัฏฐานได้รับความสงบใจตามที่ได้มาฟังธรรมของท่าน ซึ่งธรรมเทศนานั้นได้เกิดรสชาติที่ซาบซึ้งหาอะไรเปรียบไม่ได้อีกแล้ว ผู้เขียน ( พระอาจารย์วิริยังค์ ) คิดในใจว่า ทำไมจึงดีอย่างนี้ มันสุดแสนจะพรรณา ทำให้ผู้เขียนระลึกถึงคนอื่นๆ ต่อไปว่า เราจำเป็นที่จะต้องบันทึกธรรมเทศนาของท่านอาจารย์มั่นฯ ให้ได้ เพราะถ้าเราไม่บันทึก ต่อไปธรรมเทศนาอันวิเศษนี้ก็จะหายสูญไปอย่างน่าเสียดาย และธรรมเทศนาเช่นนี้จะพึงแสดงได้ก็แต่ท่านพระอาจารย์มั่นฯ เท่านั้น รูปอื้นถึงแสดงก็ไม่เหมือน จึงทำให้ผู้เขียนได้พยายามอย่างยิ่งที่จะเขียนบันทึกธรรมเทศนาของท่านให้ได้และก็เป็นผลสำเร็จขึ้นเป็นอันดับแรก เพราะยังไม่เคยมีใครบันทึกธรรมเทศนาของท่านเลยเป็นที่น่าสังเกต ท่านพระอาจารย์มั่นฯ ท่านไม่เคยยอมให้ใครบันทึกธรรมเทศนาของท่านโดยเป็นหนังสือเลย มีแต่จำกันใส่ใจเท่านั้น ถ้าใครจะบันทึกด้วยหนังสือจะต้องถูกท่านดุและประนาฌเอาทีเดียว แต่ผู่เขียนได้ขโมยเขียนและยอมทุกสิ่งทุกอย่างเพราะรักและชอบและเลื่อมใสสุดหัวใจแล้ว ท่านจะดุด่าประฌามผู้เขียนยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวให้ได้บันทึกธรรมเทศนาเพื่อประโยชน์แก่คนอื่นต่อไปภายหลังที่ไม่ได้ฟังจากท่าน แต่ได้อ่านในหนังสือเล่มนี้ ส่วนพระภิกษุสามเณรที่ไปอยู่กับท่านต่างก็กลัวเช่นนี้ จึงไม่มีใครกล้าจะเขียนธรรมเทศนาของท่าน จึงเป็นอันว่าผู้เขียนได้กล้าเสี่ยงอันตรายครั้งงสำคัญทีเดียวในการบันทึกธรรมเทศนา เรื่องนี้เกิดความสำเร็จแก่ผู้เขียนอย่างเต็มภาคภูมิ คือตลอดพรรษานี้ ผู้เขียนได้บันทึกเทศนาตลอดไตรมาส ซึ่งก็สำเร็จขึ้นเป็นเล่มในชื่อ " หนังสือ มุตโตทัย "
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
6. วัดพระพุทธบาทน้ำทิพย์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : กกปลาซิว
อำเภอ : ภูพาน
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่บ้านอุดมทรัพย์ ตำบลสร้างค้อ อำเภอภูพาน
สำนักสงฆ์พระบาทน้ำทิพย์ พระอาจารยบุญมี ศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นเจ้าสำนัก ท่านได้สะสมพระสารีธาตุของพระอรหันต์ พระธาตุพระสีวลี จากแหล่งต่าง ๆ โดยเฉพาะจากประเทศลาวเป็นจำนวนมาก บูชาเพื่อความมั่นคงในโชคลาภทั้งปวง กล่าวกันว่าหินที่เป็นลักษณะเป็นพระธาตุมีแหล่งอยู่ที่ถ้ำบางแห่งในประเทศลาวบริเวณภูเขาในแขวงคำม่วน และอีกแห่งหนึ่งคือเขาสามร้อยยอดในประเทศไทยที่ถูกปิดเป็นเขตหวงห้ามแล้ว ปัจจุบันกำลังสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ "สมเด็จพระปฐม" เพื่อการบูชาสักการะ อีกไม่นานก็จะได้ร่วมงานฉลองครั้งใหญ่ ท่านที่เดินทางผ่านไปตามเส้นทางอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร หากจะหยุดแวะเพื่อแสวงทำบุญเพื่อเป็นสิริโชคแก่ตนก็เป็นมงคลแล้ว พระพุทธบาทน้ำทิพย์ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร (พระพุทธบาท ๗ รอย,พระพุทธบาทเกือกแก้ว 2 รอย,พระแท่น 2 ที่) เป็นรอยพระพุทธบาทที่สมบูรณ์แบบมาก และยังคงความเป็นรอยเดิมเอาไว้(ไม่มีการตกแต่ง) วงพระธรรมจักรเห็นชัดเจน รอยนิ้วครบชัดเจน อีกทั้งมีน้ำทิพย์ที่ไหลหล่อเลี้ยงรอยพระพุทธบาท บริเวณรอบๆ ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้เพราะเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ อยู่ไม่ไกลจากถนนหลัก(ประมาณไม่น่าจะเกิน 50 เมตร)มีรถโดยสารวิ่งผ่านเป็นระยะ
วัดพระพุทธบาทน้ำทิพย์ สกลนคร
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
7. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ขมิ้น
อำเภอ : เมืองสกลนคร
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-18.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้โรงพยาบาลสกลนคร ถนนเจริญเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร
พระธาตุเชิงชุมมีความหมาย คือ สถานที่ชุมนุมของรอยพระบาทพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ แม้ว่าจะไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่าสร้างขึ้นมาเมื่อใด แต่พระธาตุเชิงชุมนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสกลนคร สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือเป็นประติมากรรม แบบล้านช้างที่แท้จริง องค์ประกอบสำคัญขององค์พระธาตุเชิงชุมคือ ซุ้มประตูโขงทรงหอแก้วดอ เป็นลักษณะหอแก้วเฟื่อง คือ มีขนาดพองาม และในพื้นที่ครึ่งหนึ่งของปริมณฑล ทำให้พื้นที่บริเวณฐานเจดีย์องค์พระธาตุนั้นสวยงาม องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐ ฐานทรงสี่เหลี่ยม ยอดฉัตรทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ น้ำหนัก 247 บาท ภายในพระวิหารวัดพระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนอันศักดิ์สิทธิ์ หากได้มาสักการบูชาพระธาตุแล้ว นับได้ว่าเป็นสิริมงคล และบุญกุศลอย่างแท้จริง
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร สกลนคร
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
8. วัดป่ากลางโนนภู่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ช้างมิ่ง
อำเภอ : พรรณานิคม
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่บ้านกุดก้อม ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม
พระอาจารย์กว่า สุมโน มีนามเดิมว่า กว่า เกิดในตระกูล สุวรรณรงค์ ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จึงนับเป็นญาติสนิทที่ใกล้ชิดกัน ท่านเกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พุทธศักราช 2447 ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ณ บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณนา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โยมบิดาชื่อ หลวงพรหม (นายเมฆ สุวรรณรงค์) โยมมารดาชื่อ นางหล้า สุวรรณรงค์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 7 คน ถึงแก่กรรมเสียแต่ยังเล็ก 4 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 โดยท่านมีพี่ชายคือ พระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน แห่งวัดป่ากลางโนนภู่ จังหวัดสกลนคร ซึ่งเกิดในปีพุทธศักราช 2443 อายุแก่กว่าท่าน 4 ปี และท่านอายุอ่อนกว่าพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผู้เป็นญาติสนิท 5 ปี (พระอาจารย์ฝั้นเกิดในปีพุทธศักราช 2442) ต่อมาในสมัยที่พระอาจารย์ฝั้น พระอาจารย์กู่ และพระอาจารย์กว่า เจริญวัยเป็นหนุ่มแล้ว เจ้าไชยกุมาร (เม้า) ผู้เป็นโยมบิดาของพระอาจารย์ฝั้น และหลวงพรหมผู้เป็นโยมบิดาของพระอาจารย์กู่ และพระอาจารย์กว่า ก็ได้อพยพพร้อมกับครอบครัวอื่นๆ อีกหลายครอบครัว ออกจากบ้านม่วงไข่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร ไปตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้นอีกให้ชื่อว่าบ้านบะทอง เพราะที่นั่นมีต้นทองหลางใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง แต่ปัจจุบันต้นทองหลางใหญ่ดังกล่าวได้ตายและผุพังไปสิ้นแล้ว สาเหตุที่อพยพออกจากบ้านม่วงไข่ ก็เพราะเห็นว่าสถานที่แห่งใหม่อุดมสมบูรณ์กว่า เหมาะแก่การทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ฯลฯ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเลี้ยงไหมเพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีลำห้วยขนาบอยู่ถึงสองด้าน ด้านหนึ่งคือลำห้วยอูน อยู่ทางทิศใต้ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือลำห้วยปลา อยู่ทางทิศเหนือ ก่อนอพยพจากบ้านม่วงไข่ เจ้าไชยกุมาร (เม้า) โยมบิดาของพระอาจารย์ฝั้น ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองลูกบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขมาก่อนแล้ว ครั้นมาตั้งบ้านเรือนกันใหม่ที่บ้านบะทอง ท่านก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อไปอีก เพราะลูกบ้านต่างให้ความเคารพนับถือในฐานะที่ท่านเป็นคนที่มีความเมตตาอารี ใจคอกว้างขวาง และเยือกเย็น เป็นที่ประจักษ์มาช้านาน
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
9. วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด : สกลนคร
ตำบล : ค้อเขียว
อำเภอ : วาริชภูมิ
เวลาเปิด : ทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ตำบลค้อเขียว อำเภอวาริชภูมิ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ 9 กิโลเมตร
วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง) ตั้งอยู่ที่บ้านโคกตาดทอง หมู่ที่ 5 ตำบลค้อเขียว อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร สร้างก่อน พ.ศ. 2484 ที่ดินของวัดเป็นที่ดินวนอุทยานภูพาน วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 16 กิโลเมตร ปัจจุบันมีพระมหาศักดิ์ชาย อมโร เป็นเจ้าอาวาส วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ มีโบราณวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินบนผนัง ศิลาจารึกอักษรโบราณ พระพุทธไสยาสน์ พระนาคปรก พระพุทธรูปเก่าแก่ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงย้อม โรงครัว ศาลาเอนกประสงค์ เรือนรับรองผู้มาแสวงบุญ ถังเก็บน้ำฝน ซึ่งปัจจุบันท่านเจ้าอาวาสท่านได้เก็บไว้ในพระธาตุหิน เนื่องจากมีคนมาขโมยโบราณไปหลายชิ้นจึงต้องมีการเก็บรักษาได้เป็นอย่างดี เพื่อคงไว้เพื่อชั่วลูกชั่วหลาน วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ นับเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดของมนุษย์ในการดัดแปลงและใช้ประโยชน์จากถ้ำ โดยได้มีการนำเพิงหินบริเวณถ้ำมาก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญของวัด บริเวณนี้เองที่เป็นจุดเยี่ยมชมสำหรับวัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ เนื่องจากมีสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปประทับนอนองค์ใหญ่ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินบนผนังถ้ำ พระพุทธรูปเก่าแก่ปางต่างๆ พระนาคปรก หรือศิลาจารึกอักษรโบราณ ที่พอจะถอดความได้ว่า “พุทธศตวรรษที่ 16 เดือนยี่ ปีมะโรง สถานที่นี้เคยเป็นที่ประชุมของคณะสงฆ์ 31 คณะ” ซึ่งโบราณวัตถุต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของวัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ในอดีตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้บริเวณใกล้ถ้ำ ยังมีก้อนหินธรรมชาติรูปร่างแปลกๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้เชยชมกัน
วัดถ้ำพระพุทธไสยาสน์ สกลนคร
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images