1. วัดกลางชูศรีเจริญสุข
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : เชิงกลัด
อำเภอ : บางระจัน
เวลาเปิด : 08.00-16.00 น.
เปิดทุกวัน
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้วัดกิ่งประดิษฐ์ ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน
วัดกลางชูศรีเจริญสุข อ. บางระจัน จ.สิงห์บุรี คนเล่นพระอาจมองข้ามไปอย่างรวดเร็วเพราะพระหลวงปู่บุดดา ไม่ดัง ไม่แพง ห้อยคอแล้วโชว์เพื่อนไม่ได้ หรือไม่มีปาฏิหาริย์ฟันแทงไม่เข้า ตามหน้าหนังสือพิมพ์ อันนี้ขอให้ผู้อ่านโปรดพิจารณาให้รอบคอบ อันความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่บุดดา แม้จะดูธรรมดามากๆแต่สำหรับกองทัพธรรมผู้ปฏิบัติธรรมทุกๆท่านมีความเคารพและนับถือหลวงปู่บุดดาอย่างสูงสุด ครั้งนึงหลวงปู่บุดดา ท่านได้เดินทางไปสนทนาธรรมกัหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงปู่บุดดาได้เทแป้งเสกลงบนฝ่ามือหลวงปู่ดู่และทันใดนั้นหลวงปู่ดู่ก็นำแป้งที่อยู่บนฝ่ามือของท่าน เทแป้งลงบนศีรษะของท่านจนขาวโพลนไปหมด ท่ามกลางเมื่อหลวงปู่บุดดา ถาวโร ได้เดินทางออกจากวัดสะแกไปแล้ว ลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงปู่ดู่ไม่สามารถเก็บความสงสัยในใจได้จึงกราบเรียนถามหลวงปู่ดู่ไปว่า “ หลวงปู่ทำไมเทแป้งอย่างนั้นล่ะครับ “ หลวงปู่ดู่ได้ตอบกลับลูกศิษย์คนนั้นทันทีว่า “ ก็ผงพระอรหันต์ท่านให้ จะให้เอาไว้ตรงไหน นอกจากบนศีรษะของเรา ไม่งั้นเป็นการแสดงความไม่เคารพ “ และที่สำคัญในพิธีเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ที่แสนจะโด่งดังนั้น หลวงปู่ดู่ท่านยังได้เชิญบารมีองค์หลวงปู่บุดดามาร่วมเสกด้วย
วัดกลางชูศรีเจริญสุข สิงห์บุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
2. วัดสิงห์สุทธาวาส
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : คอทราย
อำเภอ : ค่ายบางระจัน
เวลาเปิด : 06.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้วัดโพธิ์สังมาราม ตำบลโพสังโฆ อำเภอค่ายบางระจัน
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงเมืองสิงห์ ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ไว้ในสาสน์สมเด็จ ว่า "...เมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองใหญ่และเก่า มีป้อมปราการ วัง วัดมหาธาตุ และของสำคัญ คือ พระนอนจักรสีห์ ใหญ่ยาวกว่าพระนอนองค์อื่น ๆ ในเมืองไทย ทำเป็นแบบพระนอนอินเดียเหมือนเช่นที่ ถ้ำคูหาภิมุข วัดคูหาภิมุข อำเภอเมืองยะลา คือ พระกรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้า ไม่ทำงอพระกรตั้งขึ้นรับพระเศียร แบบพระนอนไทย เมืองสิงห์เรียกชื่อต่าง ๆ ดังนี้ เมืองสิงหราชาธิราช เมืองสิงหราชา เป็นเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำจักรสีห์อันเป็นลำน้ำใหญ่ ห่างแม่น้ำเจ้าพระยา 200 เส้น(มาตราชั่ง ตวง วัดของไทย 1 เส้น เท่ากับ 20 วา และ 1 วา เท่ากับ 2 เมตร) คิดเป็น 80000 เมตร คิดเป็นเป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร เพราะแม่น้ำจักรสีห์ตื้นเขิน เมืองสิงห์จึงกลายเป็นเมืองอยู่ลับลี้..." ก็แสดงว่า สิงห์บุรีเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีอดีตยาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณมาเป็นเวลานานหลายยุคหลายสมัย เมืองสิงห์ ปัจจุบันอยู่ที่ตำบลโพสังโฆ เป็นพื้นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำน้อย ก่อนเคยเป็นที่ตั้งเมืองสิงห์ มีหลักฐานเป็นเจดีย์เก่าอยู่ที่หน้าวัดสิงห์ และรูปปั้นสิงห์ดินเผา1 คู่ อยู่ที่วัดสิงห์สุทธาวาส 1 ตัว และหน้า ที่ว่าการอำเภอบางระจัน 1 ตัว
วัดสิงห์สุทธาวาส สิงห์บุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
3. วัดสาลโคดม
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : งิ้วราย
อำเภอ : อินทร์บุรี
เวลาเปิด : 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ใกล้วัดยางทับยา ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี
วัดสาลโคดม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ในอดีตเป็นวัดร้างเหลือแต่ฐานราก ชาวบ้านเคยเรียกวัดนี้ว่าวัดศาลาโค่น พบเศียรพระโบราณอยู่ในซากวัด พระและชาวบ้านช่วยกันปั้นปูนครอบเศียรเดิม แต่งเป็นองค์พระใหม่อย่างงดงามและสร้างเป็นอุโบสถขึ้นเป็นพุทธบูชา หม่อมหลวงบัวกิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รับไว้ในอุปถัมภ์ หลวงพ่อเศียรมีความศักดิ์สิทธิ์มักจะมีคนนำสำเนาโฉนดที่ดินมาขอพรหลวงพ่อ วัดนี้อยู่น้ำเจ้าพระยายกฐานลอยจากพื้นเดิม คนที่ยอมเดินลอดใต้ฐานของหลวงพ่อเศียรด้วยเชื่อว่าเป็นสวัสดิมงคล
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
4. วัดบุดดา
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : จักรสีห์
อำเภอ : เมืองสิงห์บุรี
เวลาเปิด : 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้แยกศาลหลักเมือง ตำบลบางกระบือ
ความเป็นมาของวัดบุดดา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2537 ยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ผ่านมาจนถึงปี พ.ศ.2545 จึงได้เปลี่ยนเป็นวัดอย่างเต็มตัว กิจกรรมส่วนใหญ่ของทางวัดในปัจจุบันเป็นกิจกรรมที่เน้นการรักษาศีลภาวนา มีกิจกรรมการศึกษาพระพุทธศาสนาในหลายรูปแบบ ทั้งการถือศีลเป็นหมู่คณะ ของนักเรียนนักศึกษาภายในจังหวัดสิงห์บุรี โรงเรียนพระพุทธสาสนาฤดูร้อนของนักเรียนหลายๆ คน หลวงเตี่ยท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุดดา ถาวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางชูศรีเจริญสุข ในจังหวัดลพบุรีนี่เอง หลวงเตี่ยถือบวชจากคำชักชวนและความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่บุดดา และตามประวัติที่เล่ามานั้น เพราะมีงูเผือกเข้ามาอยู่ในบ้านของหลวงเตี่ยในตอนที่ท่านยังไม่ได้บวช และยังเด็กอยู่ หลวงปู่บุดดาท่านทราบเข้าก็ไปพูดกับโยมแม่ของหลวงเตี่ยขอให้ท่านได้บวช เพราะหลวงเตี่ยเนี่ยะมีชาติกำเนิดเป็นพญานาค ตอนนี้พ่อแม่ที่เป็นพญานาคจะมาตามให้กลับไปอยู่ที่เดิม ก็เลยมีลางว่างูเผือกเข้ามาอยู่ในบ้าน ถ้าไม่บวชก็จะต้องตาย หลวงเตี่ยก็จึงได้ออกบวชตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อหลวงปู่ท่านได้มรณภาพลงนี พ.ศ.2537 จึงได้ก่อตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นในปีเดียวกันนั่นเอง
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
5. วัดดอกไม้
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : งิ้วราย
อำเภอ : อินทร์บุรี
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน 06.30 - 18.30 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ใกล้บ้านพักสถานีอนามัยประศุก ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี
วัดดอกไม้ ตั้งอยู่เลขที่ 44 หมู่ที่ 2 ตำบลประศุก อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่เจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นราวปี พ.ศ.2300 หรือก่อนหน้านั้น เดิมเรียกว่า “วัดบุปผาราม” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลัง เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2522 สิ่งสำคัญภายในวัดได้แก่ อุโบสถไม้ไม่มีผนัง วิหาร พระพุทธรูปสำริด และพระพุทธรูปหินทรายแดง ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวัดดอกไม้ เป็นศิลปะผสมผสานระหว่างสมัยอยุธยาตอนปลายกับรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากการสืบค้นเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับเมืองอินทร์บุรี จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้ปรากฏหลักฐานแต่เพียงรายงานการถวายผ้ากฐินพระราชทาน สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ดังปรากฏในเอกสารราชการรายงานการถวายผ้ากฐินพระราชทานแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษา ในวัดแขวงเมืองอินทร์ ของพระอินทร ประสิทธิศร ผู้ว่าราชการเมืองอินทร์ จาก เอกสารฉบับนี้ทำให้ทราบว่าแต่เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดโคกดอกไม้” ต่อมาในภายหลังชาวบ้านได้ตัดคำว่า “โคก” ออกไป คงเหลือเพียง “วัดดอกไม้” เพื่อให้ตรงกับชื่อเดิมของวัดคือ “วัดบุปผาราม” และเรียกสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา อีกครั้งเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2522 ถ้าจะนับอายุของวัดจากหลักฐานที่กล่าวมาข้างต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2300 ถึง พ.ศ.2551 วัดดอกไม้แห่งนี้ก็มีอายุรวม 251 ปี พอดี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
6. วัดกลางชูศรีเจริญสุข
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : เชิงกลัด
อำเภอ : บางระจัน
เวลาเปิด : 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้วัดกิ่งประดิษฐ์ ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน
วัดกลางชูศรีเจริญสุข อ. บางระจัน จ.สิงห์บุรี คนเล่นพระอาจมองข้ามไปอย่างรวดเร็วเพราะพระหลวงปู่บุดดา ไม่ดัง ไม่แพง ห้อยคอแล้วโชว์เพื่อนไม่ได้ หรือไม่มีปาฏิหาริย์ฟันแทงไม่เข้า ตามหน้าหนังสือพิมพ์ อันนี้ขอให้ผู้อ่านโปรดพิจารณาให้รอบคอบ อันความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่บุดดา แม้จะดูธรรมดามากๆแต่สำหรับกองทัพธรรมผู้ปฏิบัติธรรมทุกๆท่านมีความเคารพและนับถือหลวงปู่บุดดาอย่างสูงสุด ครั้งนึงหลวงปู่บุดดา ท่านได้เดินทางไปสนทนาธรรมกัหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงปู่บุดดาได้เทแป้งเสกลงบนฝ่ามือหลวงปู่ดู่และทันใดนั้นหลวงปู่ดู่ก็นำแป้งที่อยู่บนฝ่ามือของท่าน เทแป้งลงบนศีรษะของท่านจนขาวโพลนไปหมด ท่ามกลางเมื่อหลวงปู่บุดดา ถาวโร ได้เดินทางออกจากวัดสะแกไปแล้ว ลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงปู่ดู่ไม่สามารถเก็บความสงสัยในใจได้จึงกราบเรียนถามหลวงปู่ดู่ไปว่า “ หลวงปู่ทำไมเทแป้งอย่างนั้นล่ะครับ “ หลวงปู่ดู่ได้ตอบกลับลูกศิษย์คนนั้นทันทีว่า “ ก็ผงพระอรหันต์ท่านให้ จะให้เอาไว้ตรงไหน นอกจากบนศีรษะของเรา ไม่งั้นเป็นการแสดงความไม่เคารพ “ และที่สำคัญในพิธีเปิดโลกของหลวงปู่ดู่ที่แสนจะโด่งดังนั้น หลวงปู่ดู่ท่านยังได้เชิญบารมีองค์หลวงปู่บุดดามาร่วมเสกด้วย
วัดกลางชูศรีเจริญสุข สิงห์บุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
7. วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : จักรสีห์
อำเภอ : เมืองสิงห์บุรี
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากแม่น้ำลพบุรี
วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ เดิมมีชื่อว่า “วัดท่ากระบือ” หรือชาวบ้านรู้จักกันในนาม “วัดท่าควาย” จุดเด่นอยู่ที่ "พระพุทธรูปทองคำงดงามแห่งสุโขทัย"
วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ สิงห์บุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
8. วัดโบสถ์
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : งิ้วราย
อำเภอ : อินทร์บุรี
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : อยู่ใกล้โรงเรียนวัดโบสถ์ ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี
วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมากลายเป็นวัดร้าง จนถึง พ.ศ. ๒๔๑๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีพระภิกษุ ๓ รูป คือ พระอาจารย์คง พระอาจารย์แผน และพระอาจารย์ต่าย แห่งวัดประยูรวงศาวาส ได้มาถากถางปลูกเป็นกระท่อมผักอยู่ที่วัดโบสถ์นี้ ต่อมาชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัด มีขุนจ่าเมือง (นิล) และอุบาสกคำ เป็นหัวหน้าช่วยกันสร้างกุฏิและศาลาให้เป็นที่พำนักอาศัย โดยมีพระอาจารย์คง ปกครองวัดอยู่ได้นาน ๔ ปี จึงลาสิขา พระฉ่ำซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์คง จึงได้ปกครองวัดต่อมา และขุนจ่าเมืองอินทร์เป็นหัวหน้าบำรุงอุปถัมภ์วัดให้เจริญในด้านการก่อสร้างขึ้นมาระยะหนึ่ง เมื่อพระอาจารย์ฉ่ำมรณภาพ พระอาจารย์เอม ได้ซ่อมแซมเสนาสนะหลายอยาง เช่น กุฏิ ศาลา และอุโบสถ โดยมีพระศักดิ์บุรีนทร์เป็นหัวหน้าในการสร้างพระอุโบสถด้วย วัดโบสถ์เดิมเป็นวัดมหานิกาย ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดธรรมยุต เพราะมีพระสงฆ์วัดโบสถ์ไปเปลี่ยนแปลงเป็นวัดธรรมยุต ที่วัดบวรนิเวศวิหาร. กรุงเทพฯ และได้ศึกษาพระธรรมวินัย กับสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมหมื่นวชิรญาณวโรรส จนโปรดและทรงจัดให้พระครูสังฆบิบาล (อิน) นำคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร อีก ๒ รูป มาอยู่วัดโบสถ์ คือ พระสมุห์ยิ้ม และพระห่วง พร้อมด้วยพระวัดโบสถ์ที่มาศึกษาอีก ๔ รูป คือ พระลม พระศิษ พระเฟื่อง และพระลา เป็นพระธรรมยุตมาอยู่วัดโบสถ์ เมื่อ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๘
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images
9. วัดพระปรางค์มุนี
ภาคกลาง
จังหวัด : สิงห์บุรี
ตำบล : จักรสีห์
อำเภอ : เมืองสิงห์บุรี
เวลาเปิด : ทุกวัน 08.00-17.00 น.
สถานที่ใกล้เคียง : ติดริมถนนสายเอเชียฝั่งขาขึ้น? ตรวข้ามวิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี?
เป็นวัดที่คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายแห่งนี้ และเหตุที่ชื่อวัดพระปรางค์มุนีน่าจะสืบเนื่องมาจากพระปรางค์องค์ใหญ่สีทองอร่ามตาที่แลดูโดดเด่นเป็นสง่าเมื่อมองมาแต่ไกล อย่างไรก็ตาม นอกจาก พระปรางค์องค์ใหญ่แล้ว ภายในวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนน่าแวะไปเยี่ยมเยือนหากมีโอกาส
วัดพระปรางค์มุนี สิงห์บุรี
อ้างอิงข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://www.tat.or.th/th
อ้างอิงรูป : bing.com/images